Tokyo Diary 3.5 : มอนจะ โอโคโนมิยากิสไตล์โตเกียว
posted on 28 May 2012 23:05 by shiroineko-5stars in MyLifeนอกรอบจากเมื่อวานนี้ ไปโตเกียวได้ไปเที่ยวหลา่ยๆ ที่ ทานอะไรหลายๆ อย่าง (ถึงหลายมื้อจะเป็นโซบะกับอุด้งก็เถอะนะ = ///// =;) แต่ของกินอย่างหนึ่งที่ได้คำแนะนำจากอาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่นที่เป็นชาวกรุงโตเกียว ให้ลองมากินดู ชื่อของมันก็คือ มอนจะยากิค่ะ


หน้าตาของมอนจะยากิตอนทำเสร็จ

คนไทยคงจะคุ้นเคยกับโอโคโนมิยากิ ที่เป็นการเอาแป้งสาลี ไข่ไก่ ผักกะหล่ำปลี เนื้อปลาหมึก กุ้ง ผสมรวมกัน แล้วเทลงบนกระทะหน้าแบน พอได้ที่ จะตักขึ้นมาราดซอสกับมายองเนส โรยหน้าด้วยปลาแห้ง สาหร่าย
ส่วนมอนจะยากิเป็นอาหารที่คนโตเกียวนิยมทานกันไม่น้อยค่ะ มอนจะยากิจะมีส่วนที่คล้ายโอโคโนมิยากิบ้าง ก็ตรงที่เป็นแป้ง ผักกะหล่ำ นอกนั้นยังสามารถใส่เส้นโซบะ เนื้อสัตว์ หรือผักแบบอื่นๆ ขึ้นอยู่กับความชอบของคนทาน แล้วนำส่วนผสมเหล่านั้นเทใส่กระทะหน้าแบนร้อนให้สุก
นอกเหนือจากนี้ ทั้งวิธีการทำและวิธีการกิน เรียกว่าต่างจากโอโคโนมิยากิโดยสิ้นเชิงเลยล่ะ

ก่อนอื่น เริ่มจากการตั้งไฟรอให้แผ่นกระทะร้อนได้ที่

พอรู้สึกว่าได้ที่จะเริ่มเทน้ำมันพืช ละเลงให้ทั่วกระทะ แล้วรอให้น้ำมันร้อนขึ้นหน่อย เวลาเราจะเริ่มเทส่วนผสมลงไปคลุกให้สุก แต่เทเฉพาะที่เป็นผักกับเนื้อสัตว์ ส่วนที่เป็นแป้งเหลวให้เก็บไว้ก่อน
อันที่จริงมอนจะยากิ คนทานต้องเป็นคนทำเองทั้งหมดนะคะ แต่เพราะเราไม่เคยทำมาก่อน เลยขอให้คนในร้านช่วยทำให้ดูหน่อย...


เริ่มจากปลาแห้ง กุ้งตัวเล็กๆ

เผอิญสั่งแบบมีเส้นโซบะค่ะ ใส่เส้นโซบะตามไปเลย

แล้วก็ผัก เป็นกะหล่ำปลี

ผักให้เยอะจริงๆ

ทุกอย่างใส่ลงไปแล้วก็เริ่มใช้ตะหลิวที่ได้ สับๆ ให้ละเอียดหน่อย


คลุกเคล้าให้เข้ากัน

ผัดจนเริ่มจะสุกแล้ว
พอพวกผักกับเนื้อสัตว์ที่เอาไปผัดสุกแล้ว จะเริ่มทำขั้นตอนเทแป้งเหลวค่ะ โดยจะทำของที่ผัดบนกระทะร้อนให้เป็นรูปวงกลม

เป็นวงกลมที่ใหญ่จริงๆ


เทแป้งใส่วงกลมตรงกลางโลด


เทเสร็จ เอาตะหลิวมาเกลี่ยๆ ให้เท่ากันเสียหน่อย

แล้วก็ใส่ซอส จากนั้นก็รอให้ทุกอย่างสุกล่ะ


ถ้าด้านบนยังไม่สุก เราก็เอาตะหลิวมาพลิกๆ ผัดๆ สลับกลับด้านเพื่อให้ทั่วถึง

พอทุกอย่างสุกดี ก็โรยหน้าด้วยผักหอมค่ะ เป็นอันเสร็จค่ะ อันนี้คือเสร็จแล้ว พร้อมทานได้เลย

อ้อ! แล้วการตักมอนจะออกจากกระทะ ก็ไม่ได้ใช้ตะเกียบธรรมดาคีบออกมานะคะ แต่จะใช้สิ่งนี้แทน

ตะหลิวจิ๋ว (ฮา) อันนี้เป็นทั้งช้อนตักมอนจะออกจากกระทะและช้อนตักทาน เป็นอีกความแตกต่างของวิธีการกินเทียบกับอาหารญี่ปุ่นชนิดอื่นๆ



ตอนแรกว่าจะเอาใส่ปากเลย แต่ไม่ไหวอ่ะ ร้อนเหมือนกัน เลยต้องเอามาพักที่จานตัวเองก่อน ^ ^;
ถ้าใครทานแล้วยังรู้สึกว่ามันยังกรอบไม่พอ หรืออยากเพิ่มอะไรอีก ก็สามารถทำได้ด้วยตัวเองค่ะ อย่างเราอยากให้กรอบหน่อย เลยปล่อยบางส่วนทิ้งไว้บนกระทะ ส่วนพ่อกับน้องชอบแบบเละๆ รวมกัน ก็เอาตะหลิวใหญ่มาคลุกเคล้าอีกที สามารถแบ่งส่วนของใครของมันได้ จึงเป็นข้อดีของมอนจะยากิ ที่เราสามารถทำไป กินไป ปรับรสไปได้เรื่อยๆ (จนกว่ามันจะหมด ฮา)

อันนี้ส่วนของพ่อ

ส่วนของเราก็ไว้ทีหลัง เพิ่มซอสให้เค็มๆ มันๆ ด้วย อร่อยดี = //// =

สุดท้ายก็เรียบวุธค่ะ 55+
กินเสร็จอิ่มมากกกกก เขาให้เยอะด้วย ตอนแรกเห็นใส่ถ้วยนึกว่าไม่มาก พอทำจริงแล้วจำนวนไม่น้อยเลย

มอนจะยากิที่ไปกิน ไปที่เขตทซึกิชิมะค่ะ เป็นพื้นที่ที่มีแต่ร้านมอนจะยากิเต็มไปหมด เดินไปทางไหนก็มีแต่ป้ายเขียนว่าร้านมอนจะ






แอบชอบร้านนี้ ชื่อร้านแบมบี้มอนจะ มีตุ๊กตากวางแบมบี้วางอยู่หน้าร้านด้วย
(แต่ไม่ได้เข้าร้านนี้หรอก กินร้านอื่นมาก่อนแล้ว ^ ^;)
(แต่ไม่ได้เข้าร้านนี้หรอก กินร้านอื่นมาก่อนแล้ว ^ ^;)เอนทรี่หน้าไปนาโงยะค่ะ ไปดูบ้านเกิดของรถยนต์โตโยต้า

ปล. ตอนพิมพ์ไฟเกือบดับ ดีที่เซฟกันไว้ทัน

Tags: diary, food, japanese food, monjayaki, monjsa, tokyo diary, tsukishima6 Comments


